โลกร้อนจะกระทบเศรษฐกิจโลกโดยตรงกว่า 200 ล้านล้านบาท

ผลการวิเคราะห์ใหม่ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะกระทบเศรษฐกิจโลกโดยตรง 7.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 238 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2593 เพราะภาวะแห้งแล้ง น้ำท่วม และพืชผลเสียหายจะกระทบต่อการเติบโตและโครงสร้างพื้นฐาน

อิโคโนมิสต์อิเทลลิเจนซ์ยูนิตหรืออีไอยู (EIU) เผยดัชนีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่วัดความเตรียมพร้อมของเศรษฐกิจใหญ่ 82 แห่งของโลกว่า หากแนวโน้มยังเป็นเช่นในปัจจุบันต่อไป อุณหภูมิโลกร้อนขึ้นจะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพี (GDP) ของโลกลดลงร้อยละ 3 ภายในปี 2593 จาก 258 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7,789 ล้านล้านบาท) เหลือ 250 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7,548 ล้านล้านบาท) ประเทศร่ำรวยมีความยืดหยุ่นมากกว่าประเทศยากจน ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะทำให้ช่องว่างระหว่างโลกพัฒนาแล้วกับโลกกำลังพัฒนายิ่งห่างมากขึ้นอีก

ผลการวิเคราะห์พบว่า ภูมิภาคที่เสี่ยงสูงที่สุดคือทวีปแอฟริกา จีดีพีเสี่ยงลดลงร้อยละ 4.7 ส่วนประเทศที่เสี่ยงสูงที่สุดคือแองโกลา จีดีพีเสี่ยงลดลงร้อยละ 6.1 รองลงมาคือไนจีเรียร้อยละ 5.9 อียิปต์ร้อยละ 5.5 บังกลาเทศร้อยละ 5.4 และเวเนซุเอลาร้อยละ 5.1 ขณะที่รัสเซียเสี่ยงจีดีพีลดลงร้อยละ 5 และจะได้รับความเดือดร้อนมากที่สุดในโลก เพราะชั้นดินเยือกแข็งที่หลอมละลายจะทำลายโครงสร้างพื้นฐานอย่างท่อส่งน้ำมันที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจรัสเซีย

อีไอยูเตือนว่า เศรษฐกิจโลกกำลังจะเดือดร้อน ประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนาจึงไม่ควรแต่มัวเถียงกันว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตอนนี้หรือภายหลัง แต่ต้องทำทั้งสองอย่าง และต้องเป็นความร่วมมือกันทั้งโลก